ประเทศนอก(อเมริกา3)

posted on 14 Jul 2011 04:59 by knotwitchu
วันที่ 13 ก.ค. 2011 เวลา 5.59 pm ณ ที่นี่...
คิดถึง
คิดถึง
คิดถึง
บ้าน....

ประเทศนอก(อเมริกา2)

posted on 10 Jun 2011 21:10 by knotwitchu
วันที่ 10 มิถุนายน 2011 อีก 10 นาที 10 โมงเช้า
จาก Entry ที่แล้วที่ว่าด้วยเรื่องของความแตกต่างมากถึงมากที่สุดของผู้คนที่นี่
วันนี้อยากเขียนเรื่อง "ภาษากับความรู้สึก" คนไทยหลายคนมาที่นี่แล้ว
อึ้ง! ทึ่ง!!! ตะลึง!!!! กับการใช้ภาษาของคนที่นี่เพราะเกิดอาการ "ไม่ชิน"
ในไทยแลนด์สยามประเทศเมืองยิ้มของเรา คำว่า "คะ" หรือ "ครับ"
จำเป็นมากและมีผลต่อความรู้สึกสุดๆๆ
เพราะงั้นพอคนไทยส่วนใหญ่เดินทางมาที่นี่เลยเกิดอาการ
ช็อคซินิม่า!กับภาษาที่พอแปลเป็นไทยแล้ว เรามักจะใช้ความเป็นไทย แอบด่าในใจว่า
 "ทำไมไม่สุภาพ" แล้วก็เอาไม้บรรทัด จากประเทศสยามไปวัดคนที่นี่
เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยแล้วพกไม้บรรทัดจาก
ประเทศตัวเองติดตัวมาด้วย :) กลับมาที่ภาษา
 ก็จะบอกว่าพอเราลองแปลแล้วมันห้วนๆไม่ละมุน
 เราก็เลยเกิดความรู้สึก "ไม่ชอบ" หรือ "อึดอัด"
หรือความรู้สึกอื่นๆในด้านลบที่ตามมา แรกๆเราก็เป็น
คิดว่าเอ้ยทำไมเด็กอายุน้อยกว่าพูดกับเราด้วยท่าทางเหมือนเพื่อนกัน
"กรูเพื่อนเล่นเมิงหรอ" อะไรประมาณนี้ 555+
 แต่่ก็เริ่มชินแล้วเข้าใจมากขึ้นเมื่อคนที่อายุมากกว่าเรา
 พูดคุยด้วยท่าทีเหมือนเพื่อนกันเช่นเดียวกัน
 เราสรุปเอาเองคนที่นี้ "อายุเท่ากันหมด" 555+
 อย่างนึงที่เคารพมากๆก็คือ "สิทธิ"
 ทุกคนมีสิทธิที่จะพูดหรือไม่พูดเล่นหรือไม่เล่น
แต่ไม่ได้มีสิทธิที่จะทำอะไรก็ได้ตามใจกูหากสิ่งที่จะทำหรือไม่ทำนั้น
ไปเขย่าสิทธิของคนอื่นๆหรือตราบเท่าที่คนอื่นๆยอมโดนเขย่านั่นเอง...
 ทั้งหมดนี้เราสรุปเอาเองคร่าวๆ 55 ไม่แน่ว่าอีก 2-3
เดือนข้างหน้าเราอาจจะมีคำอธิบายใหม่ๆก็ได้ :)
 คนที่นี่ พูดว่า "Thank you" หมายถึง "ขอบคุณ" ไม่ใช่ "ขอบคุณค่ะ"
 เราว่าการเดินทางไปที่อื่นๆจะน่าสนุกมาก
ถ้าเราเอาไม้บรรทัดของเราวางไว้ในบ้าน
ก่อนออกเดินทาง เคยอ่านเจอที่ไหนซักที่เค้าบอกว่า
"อย่าเดินทางไปค้นหา จงเดินทางไปค้นพบ"
ขอให้ทุกคนสนุกกับการค้นพบนะจ๊ะ ;)

edit @ 10 Jun 2011 21:46:57 by Knot Witchu

edit @ 11 Jun 2011 05:45:56 by Knot Witchu

ประเทศนอก(อเมริกา1)

posted on 09 Jun 2011 21:19 by knotwitchu
วันที่ 9 มิถุนายน 2011 ณ เวลาที่นี่
เหตุผลที่ตั้งชื่อว่า "ประเทศนอก" แล้ว วงเล็บ (อเมริกา) ไว้เพราะ
อยากมีโอกาสเขียนถึงประเทศอื่นๆในวงเล็บบ้างอะไรบ้าง 55
เรามานี่ได้จะ 3 เดือนแล้ว คำถามที่เจอบ่อยๆเวลาเจอเพื่อนๆพี่ๆน้องๆใน Msn หรือ Facebook
ก็จะประมาณว่า "ที่นั่นกี่โมงแล้ว"..."อากาศเป็นไงมั่ง" เราก็ชอบนะเหมือนเราได้ใกล้กัน :)
แต่คำถามที่โคตรยากจะตอบคือ
"เมกาเป็นไงมั่ง???"
เออว่ะ!!! เมกาเป็นไงมั่งถ้าให้คำนิยามประเทศนี้ได้อย่างนึงเราว่าน่าจะเป็นคำว่า
"สนามเด็กเล่น" เพราะหลายคนมาที่นี่เพื่อที่จะ "เล่น" หรือ เป็น "อิสระจากเครื่องเล่น"
 ในที่ๆพวกเค้าคุ้นเคย
มันตอบยากมากว่า คนที่นี่พูดภาษาอังกฤษแบบไหน หรือว่า
 คนที่นี่กินอะไร มันจะสนุกกว่าถ้าจะลองตอบคำถามว่า
มีคนประเทศไหนบ้างอยู่ที่นี่ หรือ พวกเค้าอยู่แถวไหน หรือ
พวกเค้ายังคงเล่นในแบบของพวกเค้าหรือเปล่า..
อย่างนึงที่สอนเราตอนมาที่นี่คือ "โลกนี้เต็มไปด้วยความแตกต่าง" มากจริงๆ
เราชอบเวลาที่เราเห็นคนจีนที่นี่สามารถเป็นคนจีนแบบที่เค้าอยู่ที่ประเทศจีนได้ หรือ
คนที่มาจากประเทศอื่นๆแต่ก็ยังสามารถเป็นตัวเองได้
เพราะเราว่าคนที่นี่ส่วนใหญ่เค้าภูมิใจในความเป็น "อเมริกัน"
ก็จริงแต่นั่นมันไม่มากไปกว่าที่เค้าภูมิใจใน "ตัวเอง" แล้วอีกอย่างที่เราชอบคือ
 คนส่วนใหญ่ ย้ำนะว่า ส่วนใหญ่ เคารพ สิทธิของคนอื่นๆด้วย
ไม่ต้องพูดถึงสิทธิของตัวเองหวงแหนยิ่งกว่า
พนักงานเซเว่นหวงเหรียญ 10 บาท (แม่งชอบทอนเหรียญบาทเรา --)
 ก็นั่นแหละ เราไม่เคยรู้สึกว่าชื่นชมประเทศนี้ว่าเจ๋งเหนือประเทศอื่นๆ
เช่นเดียวกับที่เราไม่เคยคิดว่าประเทศไทยนั้นสูงส่งกว่าประเทศอื่นๆ
 แบบที่บางคนในประเทศเราคิด คำว่า "ความแตกต่าง"
 ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆในประเทศนี้แล้วเราคิดว่า
 หากทุกประเทศเราเคารพในความแตกต่าง ของคนอื่น
 โดยไม่ผลักให้คนที่แตกต่างจากเราเป็น "คนอื่น"
 ที่ "ด้อยกว่า"  หรือ "เลวกว่า"
ประเทศนั้น จะมีสีสันที่ลงตัวที่สุด...ถึงตอนนี้ คิดถึงประเทศไทยจัง:)

edit @ 9 Jun 2011 21:23:32 by Knot Witchu

การเดินทาง...

posted on 06 Jun 2011 00:58 by knotwitchu
วันที่ 5 มิถุนา 2011 ตอนบ่ายสองของที่นี่
มานี่ได้ 2 เดือนแล้ว...ก็ยังไม่ชินในอะไรหลายๆอย่าง
กว่าจะเข้า blog นี้ได้ก็ทำเอาเกือบลืม password ไปเลยเหมือนกัน 55
เด๋วนี้ใครๆก็ Twitter ไม่ก็ อัพ Status ใน Facebook กันเราก็มี facebook แต่ไม่มี Twiitter
แต่เอาจริงๆ site ที่เราคิดถึงที่สุด ก็ My Sapce >< มันเกือบ 4-5 ปีที่เราอัพเรื่องราวต่างๆมากมายที่นั่น
เสียดายที่มันต้องหายไปอยากบอกว่า "คิดถึงเธอจัง"
เดี๋ยวนี้ใครๆก็ชอบที่จะสื่อสารด้วยคำพูด สั้น แต่ดู ฉลาด
บางทีเราเองก็ต้องอัพ status เพื่อยืนยันการมีลมหายใจในโลกออนไลน์(นิ้วกลม)
แต่ก็ไม่รู้ดิ่เราเลยอยากหันมา เขียน blog มากกว่า เพราะเหมือนได้ทบทวนตัวเอง
เหมือนได้เดินทางไปในความคิดตัวเองอีกครั้ง... ^^
ออกเดินทางกันเถอะ :)

life is โคตร beautiful

posted on 13 Aug 2009 11:47 by knotwitchu

วันที่ 13 สิงหาคม 2552

หลายคนบอกว่า ชีวิต นี้โคตรลำบากเราก็คงเห็นด้วยบางส่วนว่ะ

เพราะเราว่ามันไม่ได้ลำบากไปซะทุกอย่าง..

อย่างน้อยชีวิตก็ปล่อยให้เราได้เลือกทางของเราเอง

แต่อยู่ที่ว่าเราจะเลือกหรือไม่เลือกกันแน่

หลายครั้งเราเลือกที่จะเดินตามทางที่สังคมและคนอื่นๆคาดหวัง

เพียงเพื่อการยอมรับและก้มหัวให้เรา

อิสระ !!! อยู่กับเราตลอดเวลา...เราว่านี่เป็นเรื่องจริง

คนๆนึง(หรือหลายๆคน)อดทนอยู่กับการทำงานที่ตัวเองไม่ได้รักแต่ต้องทำ

เพราะเรื่องค่าตอบแทนทั้งทางด้านวัตถุและสังคม

หลายคนไม่กล้าที่จะออกมาแสดงจุดยืนโดยการเป็นเจ้านายตัวเอง

เพราะกลัวที่จะเป็นผู้นำ..ของตัวเอง

แต่หลายคนถึงแม้ว่างานที่ทำอยู่จะเงินเดือนนิดหน่อยแต่ก็สุขใจ

แล้วถึงตอนนี้ถามว่าอะไรกันที่เป็น "สูตรสำเร็จ" หรือ "ทฤษฏี" ของการใช้ชีวิต

เราตอบได้เลยว่า "ไม่มี"......ไม่ได้แทงกั๊กแต่เราว่าเราอิ่มตัวกับ

การหาทฤษฎีต่างๆมาอธิบายโลกนี้แล้วว่ะ555

ถึงแม้ความจริงแล้วมันอาจจะมี ทฤษฎี บางอย่างที่เป็นคำตอบของทุกอย่างก็ตาม....

เราว่าชีวิตนี้มันอาจจะลำบากแต่การได้ใช้ชีวิต ณ ตอนนี้เป็นสิ่งที่โคตรจะมหัศจรรย์เลย ^^

เพราะงั้นไม่ว่าแต่ละคนจะคิดว่าชีวิตเป็นอะไรก็แล้วแต่

ขอแค่ได้คิดว่าการที่เรายัไงมีชีวิตให้ด้ใช้นี่แหละเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดแล้ว

เราว่า ไมเคิล แจ็คสัน เองก็คงมีอีกหลายอย่างที่อยากทำพอๆกับที่

เจมส์ ดีน และ ยอดรัก สลักใจอยากจะทำ

แต่ก็นะ.....ใครบ้างจะอยากมีชีวิตสั้นเกินกว่าที่อยากจะใช้ชีวิต

คนบางคนไม่แคร์เลยที่จะต้องอยู่เมื่อเค้าเห็นว่า

ไม่มีอะไรที่รอเค้าอยู่ในอนาคตวันข้างหน้า

หลายคนด่วนสรุปว่า

 ชีวิตของตัวเองหมดสิ้นๆทั้งที่มีคนที่ยังรักแล้วก็เป็นห่วงอีกมากมาย

การใช้ชีวิตเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

แล้วก็เป็นเรื่องหยาบกระด้างในเวลาเดียวกัน

ถึงตอนนี้ความอึดอัดอย่างนึงของเราก็คือ...

เราไม่รู้ว่าจะบอกคนอ่านว่าจะใช้ชีวิตให้แฮปปี้ยังไง --'

เรารู้แค่ว่าถ้าตอนนี้คุณยังมีชีวิตให้ใช้

คุณก็ควรขอบคุณตัวคุณเองแล้วก็ "ใช้ชีวิต"ต่อไป ^^

 Life is โคตร beautiful ^^

edit @ 13 Aug 2009 12:04:49 by Knot Witchu

แคท~~

posted on 02 Aug 2009 20:16 by knotwitchu

วันที่ 2 สิงหา 2552

เมื่อคืนกลับจากงานแต่งงานพิไลลักษ์

 บอกตามตรงว่าถูกใจมากเพราะเป็นงานแต่งที่เรารู้สึกว่า

คนจัดงานมีความสุขดี ^----^ ยินดีด้วยนะเมิง

เมื่อวานมีเพื่อน 6/6 ไปไม่กี่คนแต่ก็รู้สึกดี

มีเรา บี หน่อย แจง เกด หญิงศุภ แล้วก็ แคท

แคทเป็นเพื่อนที่เรียนมหาลัยเดียวกับเราอยู่หอเดียวกัน

 แล้วเราก็โคตรรักมันเลย...

อีก 6 วันแคทจะไปประเทศนอก ตอนนี้โคตรคิดถึงมันเลยว่ะ...

มากๆๆและมากๆจริงๆ

เมื่อวานเรากะแคทไปดู .."หนีตามกาลิเลโอ" มา

แอบอินกันทั้งสองคน 55 ออกแนวว่า

ทั้งเค้ากะแคทก็มีอะไรที่เหมือนกันคือเรากำลังจะ

ไปหนีตามอะไรบางอย่างที่เราก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร

เพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่างที่เราก็ยังไม่แน่ใจ

และเพื่ออะไรเที่เค้าเรียกกันว่า

"ความฝันและการเดินทาง"

พอกลับมาบ้านแคทยื่นตั๋วให้เล้วบอกว่า

"ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ดูหนังกับแกอีก"

แอบใจสั่นเลยน้ำตาจะไหลแล้วแคทก็ยื่นตั๋ววันนี้ให้

เราเลยบอกว่า แคทเอาตั๋วมาแลกกันดีกว่า

"มันจะได้เหมือนกับว่าเค้ายังมีแกนั่งข้างๆ"<< คิดแต่ไม่ได้พูด

เราก็โคตรง่วงกันเลยแต่ก็ยังอยากนอนคุยกะมันไปเรื่อยๆ

 เหมือนตอนอยู่หอ ครั้งนึงจำได้เค้านอนคุกะแคทถึง ตี5!!!

ใจหายจริงพอรู้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าต้องไปส่งแคทขึ้นรถแล้วก็

จากกันไปอีกนาน...เมื่อคืนแคทบอกว่า

 "แกคงเป็นเพื่อนคนสุดท้ายที่ได้มาลาเป็นทางการ"

แคทถ้าแกอ่าน entry นี้นะ..... ดูแลตัวเองดีดีนะ

อย่าเหงานะแกหาอะไรทำไป ตั้งใจเรียนด้วยๆ.....

คิดถึงนะโว้ย "โตรรักแกเลยว่ะแคท"

น๊อต 1229

 

edit @ 20 Aug 2009 11:52:20 by Knot Witchu